Wednesday, March 11, 2026
- Advertisement -
Home ข่าว กรรมการกกพ.ได้ข้อสรุปยื่นลาออก3คน ตามการส่งสัญญาณจากรองนายกฯ

กรรมการกกพ.ได้ข้อสรุปยื่นลาออก3คน ตามการส่งสัญญาณจากรองนายกฯ

12

ได้ข้อสรุปแล้ว คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)จะมีการยื่นลาออก3คนเปิดทางให้รัฐบาลใช้คำสั่ง มาตรา44 แต่งตั้งกรรมการกกพ.มาทดแทน เพื่อให้การทำงานสามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด

แหล่งข่าวในสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกกพ.ที่ยังเหลือปฏิบัติหน้าที่ทั้ง6 คนประกอบด้วยนายพรเทพ ธัญญพงศ์ชัย ประธานกกพ. และกรรมการกกพ.อีก5คนคือ นายวัชระ คุณาวัฒนาวุฒิ  นายวีระพล  จิรประดิษฐกุล  นางสาววิไลพร ลิ่วเกษมศานต์  นางปัจฉิมา ธนสันติ  และนางดวงมณี โกมารทัต  ได้มีการหารือกันเป็นการภายในแล้ว หลังจากที่ได้เข้าพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา และทางนายวิษณุ ได้ให้คณะกรรมการกกพ. ทบทวนบทบาทในการดำรงตำแหน่งหลังจากที่ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นระยะเวลา 4 ปีแล้ว

โดยในการหารือกันนั้น ได้ข้อสรุปว่า คณะกรรมการ กกพ. 3 คน จะมีการลาออกจากตำแหน่งในเร็วๆนี้  ซึ่งยังไม่ได้ระบุว่าจะเป็นใครบ้าง และจะใช้วิธีการจับสลากออก หรือ เป็นการสมัครใจลาออก  เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลได้มีการตั้งกรรมการ กกพ.เข้ามาทำหน้าที่แทน  ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะต้องใช้คำสั่งตามมาตรา44 ในการแต่งตั้ง เพราะจะช่วยให้งานที่ดำเนินการมีความต่อเนื่อง ไม่สะดุด  เนื่องจากหากกลับไปใช้วิธีการสรรหาคณะกรรมการ กกพ. ตามพ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 จะต้องมีขั้นตอนการดำเนินการที่ใช้เวลานานถึง4 เดือน  และในระหว่างที่รอการสรรหา กรรมการกกพ.ที่เหลืออยู่เพียง3 คนจะจัดประชุมเพื่อลงมติพิจารณาเรื่องต่างๆไม่ได้

“ คณะกรรมการกกพ. ที่การแต่งตั้งโดยคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2557 เดิมจำนวน7คน และปัจจุบันเหลืออยู่ 6 คน เนื่องจาก นายไกรสีห์ กรรณสูต ครบวาระการทำงานเพราะมีอายุครบ70ปี  ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งมาครบ4ปี ถือว่ามีการทำงานเป็นทีม และถือดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลมาโดยตลอด  แต่เมื่อรัฐบาลส่งสัญญาณว่าต้องการให้มีการทบทวนบทบาทการดำรงตำแหน่งจำนวนครึ่งหนึ่ง เพราะเห็นว่าอยู่ในตำแหน่งมาพอสมควรแล้ว  ก็มีการหารือกันว่า หากทั้ง6คนลาออกทั้งหมด อาจจะถูกมองว่าเป็นการลาออกเพื่อประชด  ดังนั้นทางออกของการลาออก3 คน จึงน่าจะตรงกับที่รัฐบาลอยากจะให้เป็น “ แหล่งข่าวกล่าว

ในขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน มองว่า ที่ผ่านมาการทำงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ที่แต่งตั้งโดยคสช.ถือว่าตอบสนองต่อนโยบายของกระทรวงพลังงานในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลด้านนโยบาย มาโดยตลอด นับตั้งแต่สมัยที่นายณรงค์ชัย อัครเศรณี และพลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน   อย่างไรก็ตามเมื่อมีการปรับคณะรัฐมนตรี และเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มาเป็น นาย ศิริ จิระพงษ์พันธ์  ก็มีการชะลอการแต่งตั้ง กรรมการกกพ.ที่จะมาแทนนายไกรสิห์ กรรณสูต เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center –ENC) วิเคราะห์ว่า ประเด็นที่ คณะกรรมการ กกพ.ต้องลาออกด้วยเหตุผลที่อยู่ตำแหน่งมานาน และควรต้องทบทวนบทบาทตามที่รองนายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณ  มาในช่วงนี้ นั้น ไม่น่าจะมีน้ำหนัก เพราะ ในคำสั่ง คสช.ที่แต่งตั้ง ไม่ได้กำหนดวาระของการดำรงตำแหน่งเอาไว้ และทางคณะกรรมการกกพ.ก็ได้มีการหารือประเด็นดังกล่าวกับทางคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วว่า ไม่จำเป็นจะต้องมีการจับสลากลาออก3คน ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550   หรือหากต้องการจะให้กรรมการ กกพ. จำนวน3 คน จับสลากลาออก ด้วยเหตุผลนี้จริง  รัฐบาลจะควรจะต้องส่งสัญญาณนี้มาตั้งแต่ปี2560 ที่คณะกรรมการกกพ. มีการทำงานมาครบ3ปี แล้ว  ดังนั้นประเด็นที่มีน้ำหนักมากที่สุด น่าจะเป็นเรื่องของการทำงานที่ไม่สนองตอบความต้องการของคนบางกลุ่มที่มีบทบาทอยู่ในรัฐบาลในระยะหลังมากกว่า    โดยเป็นที่น่าสังเกตุ  ว่าสัญญาณกดดันให้ กรรมการ ลาออก  เกิดขึ้นหลังจากที่ คณะกรรมการกกพ.ไม่ออกใบอนุญาตการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ให้กับกลุ่มบริษัทกัลฟ์ จนถูกเอกชนฟ้องร้องต่อศาลปกครอง   การที่ไม่เสนอแนวทางการต่ออายุโรงไฟฟ้าให้กับผู้ประกอบการSPP Cogeneration จำนวน25 ราย แบบให้พิจารณาเป็นแต่ละกรณี ตามนโยบาย   แต่คณะกรรมการกกพ. มีการเสนอให้ต่อายุกับทั้ง25รายโดยเท่าเทียมกัน  รวมทั้งการที่ไม่เร่งอนุมัติเงินจำนวน 50 ล้านบาท จากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า ตามมาตรา97(5) เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินการว่าจ้างที่ปรึกษา ของ คณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ที่รัฐมนตรีพลังงานลงนามแต่งตั้งเมื่อวันที่30 มีนาคม 2561  เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าว นายวีระพล  จิรประดิษฐกุล  กรรมการ กกพ. ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจแล้วว่า ประเด็นการที่ไม่ออกใบอนุญาตการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ( LNG Shipper) นั้นไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชั่น แต่คณะกรรมการ กกพ.เนื่องจากเห็นว่า บริษัทกลัฟ์ ไม่ได้มีกลุ่มลูกค้าใหม่ที่จะใช้LNG แต่มีเฉพาะแหล่งที่สามารถซัพพลายLNG ให้ได้เท่านั้น จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์คุณสมบัติ  ซึ่งหากบริษัทกัลฟ์ เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการพิจารณา ก็สามารถที่จะยื่นฟ้องร้องได้ ถือเป็นเรื่องปกติของการทำงานตามบทบาทหน้าที่ของกกพ.

ส่วนประเด็นการเสนอแนวทางต่ออายุโรงไฟฟ้าให้กับSPP Cogeneration จำนวน25 ราย อย่างเท่าเทียมกัน ก็เพื่อไม่ให้ มีปัญหาการเลือกปฏิบัติ และเปิดช่องให้ เอกชนที่ไม่ได้รับการพิจารณายื่นฟ้องคณะกรรมการ กกพ.  และประเด็นของการที่ยังไม่อนุมัติวงเงิน 50 ล้านบาทจากกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า ตามมาตรา97(5) ให้กับคณะกรรมการ SEA ก็เพราะมีการพิจารณาในรอบแรกไปแล้ว  ซึ่งตามหลักเกณฑ์จะต้องรอให้มีการเปิดการพิจารณาวงเงินในรอบที่สอง  ยกเว้นกระทรวงพลังงานจะมาลงนามเอ็มโอยูกับทางคณะกรรมการกกพ. เพื่อขอใช้วงเงินดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ จึงจะสามารถดำเนินการได้