Wednesday, March 11, 2026
- Advertisement -
Home ข่าว กบง.เรียกเก็บเงินโรงแยกก๊าซที่ส่งออกLPG 7บาทต่อกิโลกรัม หลังกองทุนLPG ติดลบ117 ล้านบาท

กบง.เรียกเก็บเงินโรงแยกก๊าซที่ส่งออกLPG 7บาทต่อกิโลกรัม หลังกองทุนLPG ติดลบ117 ล้านบาท

14

กบง. มีมติเรียกเก็บเงินโรงแยกก๊าซฯ ที่ส่งออกLPG 7 บาทต่อกิโลกรัม หรือ ประมาณ 160 ล้านบาทต่อเดือน หลังใช้เงินบัญชี LPG พยุงราคาขายปลีกจนติดลบ 117 ล้านบาท เตรียมเสนอ กพช.เห็นชอบ 3 ส.ค.นี้ พร้อมขอความร่วมมือ ปตท. งดส่งออก LPG จากโรงแยกก๊าซฯ หวังเกิดการแข่งขันในประเทศมากขึ้น  ในขณะเดียวกันก็ปรับเกณฑ์ราคาอ้างอิงLPG จากรายสัปดาห์เป็น ราย2สัปดาห์มีผล 31ก.ค. 2561 รวมทั้งปรับลดเงินชดเชยกลุ่มดีเซลหลังราคาตลาดโลกลดต่ำลง

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 ที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน มีมติให้เรียกเก็บเงินผู้ส่งออกก๊าซหุงต้ม(LPG)เข้ากองทุนบัญชี LPG ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในอัตรา 7 บาทต่อกิโลกรัม เท่ากับกรณีที่ปัจจุบันเรียกเก็บเงินจากโรงแยกก๊าซฯที่ผลิตLPGเพื่อจำหน่ายในประเทศ 7 บาทต่อกิโลกรัม โดยจะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ในวันที่ 3 ส.ค. 2561 เห็นชอบต่อไป

ทั้งนี้ โดย 5 เดือนแรก (ม.ค.-พ.ค.) ของปี 2561 พบว่า ปริมาณการนำเข้าเฉลี่ย 42,120 ตันต่อเดือน ขณะที่ปริมาณส่งออก LPG เฉลี่ยอยู่ที่ 22,876 ตันต่อเดือน ซึ่งหากมีการจัดเก็บเงินจากการส่งออกจำนวน 7บาทต่อกิโลกรัม  กองทุนบัญชีLPG จะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 160ล้านบาทต่อเดือน

ขณะที่ความต้องการใช้LPG ในประเทศ จะสูงกว่าการผลิตอยู่ประมาณ 20,000 ตันต่อเดือน ซึ่งชี้ให้เห็นว่า การนำเข้ามีปริมาณมากเกินความต้องการ จึงไม่น่าจะเกิดปัญหาการขาดแคลนขึ้น ที่ประชุมเห็นว่าควรเพิ่มระดับการแข่งขันของตลาดในประเทศโดยให้โรงแยกก๊าซฯ และโรงกลั่นน้ำมันลดการส่งอออกและให้มุ่งเน้นการแข่งขันจำหน่าย LPG ให้ตลาดภายในประเทศเพิ่มขึ้น

โดยปัจจุบันเงินกองทุนน้ำมันฯ มีเงินเหลือ 29,556 ล้านบาท ณ วันที่ 15 ก.ค. 2561 แบ่งเป็นบัญชีน้ำมัน 29,673 ล้านบาท และในส่วนของบัญชีLPG ยังติดลบอยู่ 117 ล้านบาท เนื่องจากนำเงินไปชดเชยราคาขายปลีก LPG ไว้ให้อยู่ระดับ 363 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม กบง.เมื่อวันที่ 15 ก.ค. 2561 กำหนดให้บัญชี LPG ใช้เงินจากบัญชีน้ำมันได้ไม่เกิน 3,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยราคาขายปลีก LPG ได้ระยะเวลา 6 เดือน

นอกจากนี้ได้มีมติให้ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ให้งดการส่งออกLPG จากโรงแยกก๊าซฯ เพื่อสร้างความสมดุลการผลิตและใช้LPGในประเทศ และให้เกิดการแข่งขันธุรกิจ LPG ในประเทศมากขึ้น ยกเว้นกรณีมีความจำเป็นเช่น ถังเก็บLPG เต็มต้องส่งออกแทน เป็นต้น

พร้อมกันนี้ กบง. ได้เห็นชอบให้ทดลองปรับหลักเกณฑ์ราคาอ้างอิงนำเข้าและราคาก๊าซ LPG ณ โรงกลั่น จากเดิมที่เปลี่ยนแปลงเป็นรายสัปดาห์ ให้เป็นเปลี่ยนแปลงทุกสองสัปดาห์แทน โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. 2561 เป็นต้นไป เนื่องจากมีความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายว่าราคา LPG ไม่จำเป็นต้องขึ้นลงอย่างรวดเร็วเกินไป

นายทวารัฐ กล่าวด้วยว่า กบง.ยังเห็นชอบปรับลดเงินชดเชยน้ำมันดีเซลลงจาก 0.50 บาทต่อลิตร เป็น 0.13 บาทต่อลิตร และลดเงินชดเชยน้ำมันดีเซลหมุนเร็วB20 จาก 3.51บาทต่อลิตร เป็น 3.10 บาทต่อลิตร  โดยผลจากการปรับลดอัตราเงินชดเชยกองทุนน้ำมันฯ ดังกล่าวจะทำให้กองทุนน้ำมันฯ มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นประมาณ 724 ล้านบาทต่อเดือน (หรือ 24 ล้านบาทต่อวัน) จากเดิมมีรายจ่าย ติดลบ1,040 ล้านบาทต่อเดือน   (หรือ -35 ล้านบาทต่อวัน) เป็นมีรายจ่าย  ติดลบ 315ล้านบาทต่อเดือน (หรือ -11 ล้านบาท/วัน) เนื่องจากราคาดีเซลตลาดโลกลดต่ำลง