รัฐมนตรีพลังงาน ให้ GGC รายงานผลตรวจสอบสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหายภายใน 1-2 วันนี้ ยืนยันไม่มีผลกระทบโครงการน้ำมันดีเซลB20 ที่เริ่มเปิดโครงการวันที่ 2 ก.ค. 2561 เป็นวันแรก ด้านกรมธุรกิจพลังงานระบุ GGC ไม่ได้รายงานสต๊อกปาล์มในเดือนมิ.ย.2561 เพียงรายเดียว ในขณะที่นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซลชี้ สต๊อกน้ำมันปาล์มดิบหายมีผลกระทบต่อราคาตลาด
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงกรณีน้ำมันปาล์มดิบของบริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด(มหาชน) หรือ GGC หายไปจากสต๊อกตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2561 คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,100 ล้านบาทว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบข้อเท็จจริงของบริษัท GGC ว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) หายไปจริงหรือไม่ โดยคาดว่า GGC จะรายงานกลับมายังกระทรวงพลังงานใน 1-2 วันนี้ แต่ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อปริมาณ CPO สำหรับใช้ในโครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วชนิดพิเศษ B20 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธ์ 20% ในทุกลิตร) ที่คาดว่าจะใช้ประมาณ 15 ล้านลิตรต่อวัน จากปัจจุบันมีสต๊อกปาล์มอยู่ 4-5 แสนตัน
สำหรับโครงการส่งเสริมการใช้ B20 นั้น กระทรวงพลังงานได้เริ่มเปิดตัวโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค. 2561 เป็นครั้งแรก โดยผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 จำนวน 5 ราย ได้แก่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก, บางจาก,ไออาร์พีซี,ซัสโก้และบริษัท ซัสโก้ดีลเลอร์ จะร่วมเปิดจุดจำหน่ายพิเศษสำหรับบริการกลุ่มรถบรรทุก, รถโดยสารสาธารณะ และเรือโดยสาร เป็นต้น ในราคาต่ำกว่าดีเซลทั่วไป 3 บาทต่อลิตร โดยจะตั้งปั๊มพิเศษใกล้กลุ่มรถบรรทุก รถโดยสาร แต่ยืนยันว่าไม่มีจำหน่ายในปั๊มน้ำมันทั่วไป เนื่องจากรถกระบะยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าใช้ได้ ซึ่งต้องการพิสูจน์ต่อไป
ทั้งนี้เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำมันปาล์มล้นตลาดและรองรับกรณีน้ำมันโลกปรับสูงขึ้น ดังนั้นเพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าขนส่งและค่าโดยสาร กระทรวงพลังงานจึงได้ส่งเสริมให้จำหน่าย B20 ในราคาถูกกว่าดีเซลทั่วไป 3 บาทต่อลิตร ดังนั้นผู้ประกอบการไม่มีความจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าขนส่งและค่าโดยสารอีก
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมฯ ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ค้าน้ำมันปาล์มต้องแจ้งปริมาณสต๊อกที่มีอยู่ทุกเดือน ซึ่งในเดือนมิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา มีเพียงบริษัทฯ GGC เท่านั้นที่ไม่ได้รายงานสต๊อกมาให้กรมฯทราบ ซึ่งกรมฯได้ติดตามแล้ว แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม กรมฯรอผลการตรวจสอบของบริษัทฯอยู่เช่นกัน
นายศาณินทร์ ตริยายนท์ นายกสมาคมผู้ผลิตไบโอดีเซล กล่าวว่า หากสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบของ บริษัท GGC หายจริง ต้องดูว่าหายไปกว่า 7 หมื่นตันจริงหรือไม่ เพราะจะมีผลกระทบต่อราคาน้ำมันปาล์มในประเทศ โดยหากน้ำมันปาล์มหายไปจากที่ผู้ประกอบการรายงานสต๊อกไว้กับภาครัฐ จะส่งผลให้ปริมาณน้ำมันปาล์มที่มีอยู่จริงเหลือน้อยกว่าสต๊อก ซึ่งอาจมีผลให้ราคาน้ำมันปาล์มขยับสูงขึ้น เพราะเห็นว่าของเหลือน้อย แต่หากน้ำมันปริมาณที่หายไปไม่อยู่ในรายงานสต๊อกของภาครัฐ ก็ไม่น่ามีผลต่อราคามากนัก
อย่างไรก็ตามผลผลิตปาล์มจะออกมาอีกใน 1-2 เดือนนี้ ซึ่งจะมีผลให้ปริมาณน้ำมันปาล์มในระบบสูงขึ้น ซึ่งสามารถทดแทนส่วนที่หายไปของ GGC ได้ ก็จะไม่มีผลกระทบต่อราคาปาล์ม อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูผลการตรวจสอบก่อนว่า น้ำมันปาล์มหายไปจริงหรือไม่ สำหรับปัจจุบันราคาผลผลิตปาล์มอยู่ที่ 19 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (B100) อยู่ที่ 22-23 บาทต่อลิตร























