นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) และในฐานะโฆษก กกพ.เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่5ก.ค.2561 ถึงกรณีที่กลุ่มบริษัทกัลฟ์ฯ ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าไอพีพี ขนาดกำลังการผลิต5,000 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าเอสพีพี อีก12 โรง ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ( LNG Shipper) และมีการยื่นเรื่องอุทธรณ์ มายัง กกพ. ว่า กกพ.ไม่มีช่องทางที่จะให้กลุ่มบริษัทกัลฟ์ สามารถได้รับใบอนุญาตดังกล่าวได้ เนื่องจากบริษัทไม่มีกลุ่มลูกค้าใหม่ที่จะใช้LNG ที่บริษัทจะนำเข้ามาจำหน่ายที่ชัดเจน เพียงแต่มีแผนที่บอกว่าจะมีแหล่งที่สามารถซัพพลายLNG ให้ได้เท่านั้น
นายวีระพล กล่าวว่า ข้อกำหนดสำคัญ ในการให้ใบอนุญาตเป็นLNG Shipper คือ จะต้องมีลูกค้าหรือผู้ใช้ก๊าซฯ อยู่แล้ว โดยที่ต้องไม่เป็นการไปยกเลิกสัญญาเดิมที่ทำไว้กับ ปตท. โดยกรณี ของกลุ่มกัลฟ์ ทั้งโครงการโรงไฟฟ้าSPP Cogenaration ทั้ง12 โรงและ IPPขนาด5,000 เมกะวัตต์ ต่างมีสัญญาที่จะให้ปตท.เป็นผู้จัดหาก๊าซให้แล้ว ยกเว้นว่ากลุ่มบริษัทกัลฟ์ จะสามารถไปรวบรวมลูกค้าจากโครงการSPP Cogenaration ที่หมดอายุสัญญาในช่วงระหว่างปี2560-2568 ทั้ง25ราย ที่ยังไม่ได้มีการต่ออายุสัญญา และทำสัญญาซื้อขายก๊าซฉบับใหม่ มาเป็นลูกค้าได้ และเสนอเรื่องเข้ามาใหม่ เท่านั้น กกพ.จึงจะพิจารณาให้ใบอนุญาต
อย่างไรก็ตามกลุ่มบริษัทกัลฟ์ ยังต้องไปรอในส่วนของโควต้าที่จะเปิดแข่งขันให้จองพื้นที่ สำหรับคลังจัดเก็บLNGแห่งที่ 2 หรือสถานีหนองแฟบ ที่ ปตท. เป็นผู้ดำเนินการ ที่จะมีขีดความสามารถในการรองรับLNG ได้เพิ่มอีก 7.5 ล้านตัน/ปี


























