Chevron Enjoy Science ร่วมมือ 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน พลังงาน แปรรูปอาหาร และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ชูโมเดล 2S “เพิ่ม STEM – เติม SKILLs” สร้างทักษะแรงงานอาชีวะให้เท่าทันเทคโนโลยี และตอบโจทย์ความต้องการอุตสาหกรรม 4.0
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวในงานเสวนา “อาชีวะ 4.0 ศักยภาพแห่งอนาคต” จัดโดยโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ระบุความท้าทายสำคัญในการพัฒนาประเทศ คือ การเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สอดรับกันทั้งระบบสาธารณูปโภค ระบบเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน ตลอดจนการเตรียมกำลังคนให้พร้อมก้าวสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ควบคู่กับการส่งเสริมและกระจายโอกาสการเข้าถึงทรัพยากร โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและการจัดหาแรงงานที่มีประสิทธิภาพ
การเร่งผลิตและพัฒนากำลังคนสาขาอาชีวะให้มีทักษะยุคดิจิทัลตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการที่ต้องยกระดับกระบวนการผลิตสู่ระบบออโตเมชั่น ในช่วง 5 – 10 ปีข้างหน้า จึงเป็นนโยบายสำคัญ เนื่องจากแนวโน้มความต้องการช่างเทคนิคสูงขึ้นทุกปี ภาครัฐจึงจำเป็นต้องจับมือกับภาคอุตสาหกรรม ร่วมพัฒนาแรงงานด้วยโมเดล 3 ประสาน ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย โดยมีภาคเอกชนเป็นกองหนุนสำคัญ
โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญ คือการพัฒนาทักษะอาชีพ หรือ Technical Vocational Education and Training (TVET) ซึ่งเป็นการศึกษาทั้งในและนอกระบบที่มุ่งเน้นการลงมือทำจริง ทำให้แรงงานมีทักษะ สามารถประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ทันที ซึ่งวันนี้ หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ร่วมกันนำรูปแบบ TVET มาช่วยพัฒนาทักษะอาชีพให้กับแรงงาน ที่จะนำไปสู่การพัฒนาคนอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2561 มีสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพทั่วประเทศ เพิ่มเป็น 39.70% และสายสามัญ 60.30% ซึ่ง สอศ. กำลังเร่งสร้างความเข้าใจและแรงจูงใจเพื่อเพิ่มผู้เรียนสายอาชีพมากขึ้นให้ได้สัดส่วน 50% ตามนโยบายรัฐบาล พร้อมกับการพัฒนาเชิงคุณภาพ โดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม รวมถึงโครงการ “Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” มาร่วมพัฒนาทักษะนักเรียนอาชีวะอย่างต่อเนื่องในทุกภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังผนึกความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ลงนาม MOU เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนให้ตรงความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่อีอีซี โดยมุ่งเน้นการผลิตบุคลากรอาชีวศึกษา เพื่อป้อน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย หรือ S-Curve ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่การพัฒนา “เด็กอาชีวะที่มีคุณภาพ” ที่สามารถคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็น และสร้างนวัตกรรมได้
นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า การเร่งพัฒนา “ช่างเทคนิค” ให้มีทักษะฝีมือเพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ ถือเป็นโจทย์สำคัญของโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ซึ่งทำงานร่วมกับ 7 องค์กรภาครัฐ ตามแนวนโยบาย “รัฐร่วมเอกชน” เพราะนอกจากช่วยตอบโจทย์ความต้องการแรงงานของผู้ประกอบการ ยังสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อประเทศไทย
ทั้งนี้ จากที่โครงการฯ ได้ทำวิจัยเชิงลึกเรื่อง “ปัญหา – ความท้าทายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย 4.0” ร่วมกับ สอศ. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) พบว่า หัวใจสำคัญในการผลิตช่างเทคนิคที่มีศักยภาพ คือ การเพิ่มและเติม 2S (STEM + SKILLs) หมายถึง การเพิ่มองค์ความรู้ด้านสะเต็ม และเติมทักษะวิชาชีพให้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่แก่ครูอาชีวะเพื่อนำไปถ่ายทอดและผลิตช่างเทคนิครุ่นใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีตรรกะการคิด คำนวณ วิเคราะห์ และสื่อสาร ได้หลายภาษา รวมถึงมีภาวะผู้นำและทักษะการเข้าสังคมควบคู่ทักษะการควบคุมเครื่องจักรกลสมัยใหม่
ดร.ปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานอำนวยการสถาบันคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า กระบวนการพัฒนา“ช่างเทคนิค”จะเป็นการเพิ่ม STEM และเติม SKILLs ควบคู่กับการจัดตั้ง “ศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพ” (TVET Hub) ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรพื้นฐาน การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และปรับรูปแบบการสอนครูอาชีวะ โดยมีเป้าหมายคือ ผลิตช่างเทคนิคที่มีทักษะตรงความต้องการให้กลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve ซึ่งโครงการเน้น 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน พลังงาน แปรรูปอาหาร และไมโครอิเล็กทรอนิกส์ โดยคาดหวังว่าจะทำให้ช่างเทคนิคมีส่วนช่วยยกระดับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เชื่อมสู่ออโตเมติก โรโบติก ให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีแต่ละพื้นที่
ปัจจุบันโครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศด้วยการศึกษาสาขาสะเต็มในระดับสามัญและอาชีวศึกษาทั่วประเทศ ได้ดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 4 และกิจกรรมด้านอาชีวศึกษาที่สอดรับตามแนวนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะ TVET Hub ได้จัดตั้งขึ้นแล้ว 5 แห่ง จากเป้าหมาย 6 แห่งทั่วประเทศ มีผู้ได้รับประโยชน์แล้วกว่า 110,000 คน และคาดหวังว่า TVET Hub จะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างอาชีวะพันธุ์ใหม่ให้สำเร็จตามเป้าหมายภาครัฐได้อย่างแท้จริง