ผู้บริหารเชฟรอนประเทศไทยย้ำ พร้อมเกินร้อยประมูลแหล่งปิโตรเลียม มั่นใจแข่งขันได้เพราะมีประสบการณ์และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่จะสามารถนำไปใช้ในอนาคตเพื่อพัฒนาการผลิตก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง หวังความน่าเชื่อถือของแผนและข้อเสนอทางเทคนิคจะทำให้ได้รับความไว้วางใจจากรัฐให้ดำเนินการต่อ
นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด กล่าวในรายการ “Suthichai Live: แหล่งก๊าซเอราวัณในอ่าวไทย” ทาง Facebook Suthichai Yoon ของนายสุทธิชัย หยุ่น ว่า เชฟรอนฯ มีความมั่นใจและความพร้อมเกิน 100% ในการเข้าร่วมประมูลสิทธิการสำรวจและผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งปิโตรเลียมเอราวัณและบงกชที่กำลังจะหมดสัมปทานในปี 2565-2566
“เชื่อมั่นว่าจะสามารถแข่งขันได้เพราะมีประสบการณ์การดำเนินการในอ่าวไทย และนอกจากประสบการณ์แล้ว เชฟรอนยังมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่จะสามารถนำมาใช้ในอนาคตเพื่อการผลิตที่ต่อเนื่อง เพราะต่อไปการผลิตก๊าซฯ ในอ่าวไทยจะยากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้น บุคลากรของเรายังมีความพร้อม ที่จะช่วยกันพัฒนาแหล่งก๊าซให้มีประสิทธิภาพการผลิตสูงสุด” นายไพโรจน์กล่าว
นอกจากนั้น ยังมั่นใจว่า ความน่าเชื่อถือของแผนและเทคนิคที่สามารถปฏิบัติได้จริง ที่เชฟรอนจะยื่นเป็นข้อเสนอการประมูลภายในวันที่ 25 กันยายน นี้ จะทำให้เชฟรอนได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินการต่อไปได้
ทั้งนี้ เชฟรอนฯเป็นผู้ดำเนินการในแหล่งเอราวัณ และได้พัฒนาการผลิตในแหล่งเอราวัณมาตลอดระยะเวลา 36 ปีที่มีการผลิตก๊าซฯจากแหล่งดังกล่าว ซึ่งนับว่าเป็นแหล่งปิโตรเลียมที่มีความท้าทายเพราะลักษณะทางธรณีวิทยาที่มีความยากในการขุดเจาะและนำก๊าซฯ ขึ้นมา เพราะมีลักษณะเป็นหลุมเล็กๆ และแต่ละหลุมอยู่ห่างกระจัดกระจายกันไป รวมถึงเป็นหลุมที่มีอุณหภูมิสูงเป็นพิเศษ จึงต้องออกแบบอุปกรณ์ทนความร้อนเป็นการเฉพาะ ทำให้มีต้นทุนในการขุดและบริหารจัดการหลุมสูง
อย่างไรก็ตาม นายไพโรจน์กล่าวว่า แม้ต้นทุนสูง แต่เชฟรอนสามารถบริหารจัดการให้อยู่ได้และสามารถทำการผลิตได้ตามสัญญามาโดยตลอด
นอกจากแหล่งเอราวัณที่เป็นแหล่งสัมปทานในปัจจุบันของเชฟรอนแล้ว นายไพโรจน์กล่าวว่ากำลังพิจารณาข้อมูลรายละเอียดของแหล่งบงกชด้วย
























