บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มปตท. เตรียมจัดตั้งหน่วยงานอบรมสอบใบขับขี่มาตรฐานความปลอดภัยบนถนนสูงสุด โดยจัดหาบุคลากรที่เกษียณอายุงานที่ยังมีความต้องการทำงาน มาเป็นพนักงาน พร้อมนำมาตรฐานการขับขี่ระดับของรถขนส่งสินค้า ปตท.มาใช้เป็นต้นแบบ รวมทั้ง ใช้เทคโนโลยีแอพพลิเคชั่นจับสังเกตม่านตาป้องกันการหลับใน หวังลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนนสูงสุด โดยหาก กรมขนส่งทางบก อนุมัติ คาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ประมาณกลางปี 2562 นี้
นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานกรรมการ บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้หารือกับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เพื่อเตรียมจัดตั้งหน่วยงานสำหรับอบรมการสอบใบขับขี่ให้ประชาชนทั่วไป โดยมีลักษณะพิเศษที่สามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้สูงสุดและเป็นมาตรฐานเดียวกับที่บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) นำมาใช้กับรถขนส่งก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในกิจการของ ปตท.ด้วย ทั้งนี้เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้มากขึ้น
โดยหน่วยงานอบรมสอบใบขับขี่ตามมาตรฐานความปลอดภัยบนถนนสูงสุด ที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่นี้ นอกจากจะสอนการขับขี่ที่ปลอดภัยแล้ว ยังแบ่งเป็นระดับการสอบเลื่อนชั้น เพื่อให้ผู้สอบได้เพิ่มทักษะการขับขี่ที่ดีขึ้น ทั้งนี้ในอนาคตอาจมีการนำเทคโนโลยีที่ ปตท.ใช้กับผู้ขับขี่รถบรรทุกสินค้าของ ปตท.มาใช้ด้วย เช่น แอพพลิเคชั่นในมือถือที่จับสังเกตม่านตาผู้ขับขี่ หากพบว่าม่านตาหรี่ลงจะมีเสียงร้องเตือน เพื่อป้องกันผู้ขับขี่หลับใน เป็นต้น
อย่างไรก็ตามเพื่อให้ผู้ขับขี่หันมาสนใจเข้าอบรมใบขับขี่ที่ปลอดภัยสูงสุดดังกล่าว ทางบริษัทฯ จะจัดให้สิทธิพิเศษ เช่น การต่ออายุใบขับขี่ จากเดิมที่ต้องต่ออายุทุก 5 ปี ก็จะได้สิทธิ์เปลี่ยนเป็นการต่อทุก 7-8 ปี เป็นต้น รวมทั้งราคาค่าอบรมใบขับขี่จะต้องสามารถแข่งขันกับสถาบันอบรมอื่นๆได้ ที่สำคัญบริษัทฯจะจ้างผู้เกษียณอายุที่มีความรู้ความสามารถมาเป็นบุคลากร และยังคงมีความต้องการอยากจะทำงาน มาเป็นพนักงาน เพื่อสร้างอาชีพและช่วยให้ผู้เกษียณได้นำความรู้มาช่วยเหลือสังคม
ทั้งนี้การจัดตั้งหน่วยงานอบรมใบขับขี่ดังกล่าว หากกรมการขนส่งทางบก อนุมัติ บริษัทคาดว่าจะจัดตั้งได้เสร็จกลางปี 2562
นายกฤษณ์ กล่าวว่า การจัดตั้งหน่วยงานอบรบใบขับขี่ดังกล่าว ถือเป็นหนึ่งในโครงการของบริษัทฯ ที่เน้นการดำเนินงานธุรกิจเพื่อสังคม(Social Enterprise) เนื่องจากบริษัทฯ ถูกจัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของกลุ่มบริษัทของ ปตท. เช่น บริษัท ปตท. , PTTGC, ไทยออยล์, IRPC, GPSC และ PTTOR เป็นต้น ที่ต้องการเปลี่ยนการตอบแทนสังคมจากการให้เงิน การแจกสิ่งของ มาเป็นการนำความรู้ความชำนาญด้านธุรกิจของ ปตท. มาสร้างธุรกิจให้กับสังคมและชุมชนแบบยั่งยืน โดยที่ผ่านมาได้จัดทำโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เช่น โครงการ ปตท.-วิสาหกิจชุมชน-คาเฟ่อเมซอน จัดหาเมล็ดกาแฟตั้งแต่ต้นทางจากเกษตรกร,โครงการพลังใจในมือคุณ สร้างอาคารสำหรับจำหน่ายสินค้าชุมชน และล่าสุดโครงการเปิดร้านคาเฟ่ อเมซอนสำหรับผู้พิการได้เข้ามาทำงานได้ เป็นต้น
ด้านนางอัจฉริยา เจริญศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวว่า ภายในปี 2561 บริษัทฯ จะทำโครงการนำสินค้าชุมชนมาพัฒนาทั้งแบรนด์และทำการตลาด เพื่อให้เป็นสินค้าโอท็อปเป็นสินค้าที่ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภค ซึ่งขณะนี้กำลังหารือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)เพื่อคัดเลือกสินค้าโอท็อปและให้บริษัทฯ พัฒนาด้านการตลาดโดยจะให้เข้าไปจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อในเครือ ปตท. เช่น จิฟฟี่ และร้านอเมซอน เป็นต้น
























