คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เผยยังไม่อนุมัติงบ 50 ล้านบาทให้ SEA หรือคณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ จนกว่าจะจัดส่งรายละเอียดโครงการมาให้พิจารณา โดยต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการตามมาตรา 97(5)เท่านั้น ระบุมีกรอบวงเงินจำนวน 440 ล้านบาท ที่รองรับได้
นางปัจฉิมา ธนสันติ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)เปิดเผยภายหลังเยื่ยมชมชุมชนรอบโรงไฟฟ้าขนอม จ.นครศรีธรรมราชว่า คณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์(SEA)ได้ส่งหนังสือมายัง กกพ.เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2561 เพื่อขอใช้งบประมาณ 50ล้านบาท จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำหรับดำเนินการว่าจ้างหลายสถาบันให้ช่วยศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ภาคใต้
ทั้งนี้ กกพ. อยู่ระหว่างการประสานกับSEA ให้จัดส่งรายละเอียดของโครงการเข้ามาให้ กกพ.ประกอบการพิจารณาว่าจะสามารถอนุมัติให้ใช้เงินกองทุนฯได้หรือไม่ โดยจะพิจารณาในกฎหมายที่เกี่ยวกับกองทุนฯ มาตรา 97(5) ที่มีวัตถุประสงค์สร้างความรู้ตระหนักให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้านไฟฟ้า แต่กองทุนฯตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ปิดรับผู้ร่วมขอใช้เงินไปตั้งแต่ พ.ค.2561 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามหากเป็นโครงการตามนโยบายรัฐ ทาง กกพ. ก็พร้อมรับมาพิจารณา แต่ต้องขอดูรายละเอียดของโครงการว่าอยู่ภายใต้กรอบวัตถุประสงค์การใช้เงินกองทุนฯหรือไม่ และต้องรอให้ กกพ.พิจารณาโครงการตามมาตรา 97(5) ที่มีการเสนอมาให้เสร็จเรียบร้อยก่อน จากนั้นจะมาพิจารณาว่าเหลือเงินเท่าไหร่ โดยหากมีเงินเหลือพอก็จะเปิดรับสมัครใหม่ตามวัตถุประสงค์มาตรา 97(5) อีกครั้ง ซึ่งทางกระทรวงพลังงานจะแจ้งให้ผู้ที่สนใจจัดทำข้อเสนอส่งมายังกองทุนฯต่อไป
สำหรับภาพรวมกองทุนฯ มีรายรับจากการเรียกเก็บเงินผู้ผลิตไฟฟ้าเพื่อส่งเข้ากองทุนฯในอัตราที่แตกต่างกันไปตามประเภทเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า โดยในปี 2562 กองทุนฯจะมีงบทั้งสิ้น 3,600 ล้านบาท แบ่งเป็นงบสำหรับโครงการต่างๆที่ชาวบ้านรอบโรงไฟฟ้าสามารถใช้ได้รวม 3,300 ล้านบาท และอีก300 ล้านบาทเป็นงบดำเนินการของเจ้าหน้าที่ กกพ. สำหรับติดตามการดำเนินโครงการของชาวบ้าน โดยในส่วนของเงินสำหรับใช้ตามวัตถุประสงค์มาตรา 97(5)ปัจจุบันมีเงินตามกรอบการใช้จ่ายประจำปี 2561 อยู่ 440 ล้านบาท
ทั้งนี้โรงไฟฟ้าที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ มีอยู่ทั้งสิ้น 356 แห่ง แบ่งเป็นกองทุนฯ ประเภท ก จำนวน 13 โรง (โรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้ามากกว่า 5 พันล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมงต่อปี หรือมีรายได้มากกว่า 50 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป
กองทุนประเภท ข จำนวน 55 โรง(โรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าไม่เกิน 5 พันล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมงต่อปี หรือมีรายได้มากกว่า 1 ล้านบาทแต่ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อปี) และกองทุนประเภท ค จำนวน 288 โรง (โรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าไม่เกิน 100 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั่วโมงต่อปี หรือมีรายได้ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อปี )
สำหรับกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้าขนอม มีกำลังผลิตไฟฟ้า 960 เมกะวัตต์ และมีรายได้ 50 ล้านบาทต่อปี โดยส่งเงินเข้ากองทุนฯ 1 สตางต์ต่อทุกหน่วยการผลิตไฟฟ้า โดยที่ผ่านมาชาวบ้านเบิกจ่ายเงินสำหรับพัฒนาชุมชนแล้วหลายโครงการ อาทิ โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือบ้านแหลมประทับ, โครงการจัดสร้างอุปกรณ์หนังตะลุงเยาวชน, โครงการสร้างศาลหลักเมืองขนอม และโครงการสนับสนุนเทศกาลตกปลาทราย เป็นต้น
























