เตรียมออกนโยบายรูปแบบธุรกิจระบบไมโครกริด รับมือผลกระทบ disruptive technologyในอนาคต

0
30

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)เตรียมเสนอร่างรูปแบบธุรกิจระบบไมโครกริดให้รัฐมนตรีพลังงานพิจารณากำหนดเป็นนโยบาย หวังรองรับการเปลี่ยนแปลงจากผลกระทบของ disruptive technology การที่ผู้ใช้ไฟฟ้ากลายเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตไฟเอง (Prosumer) และ การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชนด้วยกัน (peer to peer)

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยภายหลังการสัมมนารับฟังความคิดเห็นร่างรูปแบบธุรกิจระบบไมโครกริดว่า สนพ.เตรียมสรุปข้อมูลการรับฟังความคิดเห็นระบบธุรกิจไมโครกริดครั้งสุดท้าย เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณา ก่อนที่จะกำหนดเป็นนโยบายเกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจไมโครกริดที่เหมาะสมกับประเทศไทยในอนาคต เพื่อรับมือกับรูปแบบการใช้และการผลิตไฟฟ้าที่จะเปลี่ยนแปลงไปทั้งจากผลกระทบของ disruptive technology ผู้ใช้ไฟฟ้ากลายเป็นทั้งผู้ใช้และผู้ผลิตไฟเอง (Prosumer) และ การซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชนด้วยกัน (peer to peer)

โดยเฉพาะในเขตนิคมอุตสาหกรรมต่างๆที่จะซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันภายใต้โครงข่ายเล็ก (ไมโครกริด) และหากหลุดออกไปจากระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก จะมีผลกระทบอย่างไรและทั้ง 3 การไฟฟ้า คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) จะต้องเตรียมพร้อมรับมืออย่างไร

สำหรับแผนแม่บทการพัฒนาระบบโครงข่ายสมาร์ทกริดของประเทศไทย ระยะสั้น ปี2559-2564 กำหนดให้กระทรวงพลังงานจะดำเนินการภายใต้ 3 เสาหลัก คือ1. มาตรการความร่วมมือลดใช้พลังงาน (Demand Response) 2.ระบบพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน(RE) 3.ระบบไมโครกริดและระบบกักเก็บพลังงาน(ESS) และผลักดันไปสู่การใช้สมาร์ทกริดเชิงพาณิชย์ในปี 2564

นายศุภสิทธิ์ อัมราลิขิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท Full Advantage ในฐานะที่ปรึกษาโครงการร่างรูปแบบธุรกิจระบบไมโครกริด กล่าวว่า ได้นำเสนอการกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการ  Smart Microgrid & SEN Structure/Business Model ซึ่งเป็นการออกแบบวงจรซื้อขายไฟฟ้าแบบแยกวงจรออกมาเป็นอิสระ ในหลายรูปแบบ เพื่อรองรับ Disruptive Technology ได้ และต้องการให้มีความมั่นคงด้านพลังงานสูง โดยสามารถเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าหลักได้กรณีที่จำเป็น อีกทั้งรูปแบบธุรกิจนี้ ยังสามารถรองรับการซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบใหม่ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า(EV),สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Charging  และระบบกักเก็บพลังงาน(ESS) ได้

โดยโครงสร้างหลักประกอบด้วย 5 ส่วนคือ 1. ผู้จำหน่ายปลีกไฟฟ้า หรือ ซื้อมาขายไป 2.ผู้ดูแลระบบจำหน่ายไฟฟ้า 3.ผู้บริหารจัดการสมดุลไฟฟ้า 4.การให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีส่วนร่วมในมาตรการลดใช้ไฟฟ้า (Demand Response) 5.การพัฒนาระบบเสริมความมั่นคงไมโครกริด โดยสามารถขอความช่วยเหลือซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าหลักได้กรณีจำเป็น

สำหรับในส่วนของการซื้อขายไฟฟ้ากันเอง (Peer-to-Peer) ในระบบนี้ นอกจากจะต้องจ่ายค่าเนื้อไฟฟ้าแล้ว ยังจะต้องมีค่าบริการสายส่ง (wheeling charge) และค่าบริหารจัดการสมดุล (Balancing service) ส่วนผู้ที่จะทำหน้าที่ในการเก็บค่าบริการดังกล่าวนั้น ขึ้นอยู่กับการออกแบบในอนาคต

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here